บริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและมีความจำเป็นในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมและให้บริการ ภายใต้การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทฯ จึงขอแจ้งรายละเอียดดังต่อไปนี้เพื่อให้ท่านทราบและขอความยินยอมให้บริษัทเก็บ รวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังนี้
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ความยินยอม
บริษัท มีความจำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอันได้แก่ ข้อมูลที่ปรากฎตามเอกสารประจำตัวที่ท่านแสดงเพื่อยืนยันและพิสูจน์ตัวตนของท่าน กับ ข้อมูลการแสดงตนตามกฎหมายฟอกเงิน รวมถึงข้อมูลการทำธุรกรรม และข้อมูลการติดต่อกับท่าน
วัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินและหลักเกณฑ์การรายงานการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย
• เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อใช้บริการบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือใช้บริการในสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
• เพื่อประโยชน์ของท่านในการรับสิทธิประโยชน์ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เสนอสิทธิหรือประโยชน์หรือโอกาสในการใช้บริการ ได้รับสิทธิหรือสิ่งของสมนาคุณ
2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ได้แก่ ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ที่ได้จากการบันทึกในกล้องวงจรปิด บริเวณสาขา หน้าเคานเตอร์หรือสำนักงานบริษัท และข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องหน้าเคานเตอร์(ถ้ามี)
วัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• เพื่อยืนยันการพิสูจน์ตัวตนตามเอกสารการแสดงตน
• เพื่อป้องกัน ระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของลูกค้าผู้มาใช้บริการ
• เพื่อเป็นหลักฐานในการพิสูจน์กรณีเกิดปัญหาจากการทำธุรกรรมที่อาจเกิดการทุจริตขึ้น
3. การประมวลผลข้อมูลและส่งข้อมูลให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท มีหน้าที่นำข้อมูลของลูกค้ามาประเมินความเสี่ยงอันเป็นการประมวลผลตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งทำให้บริษัทต้องส่งข้อมูลของลูกค้าไปยังผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดจ้าง เพื่อดำเนินการประเมินความเสี่ยงตามกฎหมายดังกล่าว
4. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทมีการให้บริการบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทจึงจำเป็นต้องส่ง/โอนข้อมูล ใช้ข้อมูลร่วมกับบริษัทพันธมิตรดังกล่าว ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกส่งและใช้ร่วมกันระหว่างบริษัท กับ พันธมิตร ภายใต้มาตรการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรฐาน
5. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะไม่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และระยะเวลาการเรียกร้องสิทธิหรืออายุความฟ้องร้องดำเนินคดีในทางแพ่ง (10 ปี)
กรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ประเภทภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด บริษัท มีระยะเวลาการเก็บรักษาไว้ 30 วัน นับแต่วันที่บันทึกภาพ และ ประเภทภาพถ่าย บริษัทต้องเก็บรักษาไว้ควบคู่กับข้อมูลส่วนบุคคลที่พิสูจน์ยืนยันตัวตน เป็นเวลา 30 วัน
6. ผลกระทบหากท่านไม่ให้ความยินยอม
• กรณีข้อมูลที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการแสดงตนและพิสูจน์ทราบตัวตน ผลกระทบได้แก่ บริษัทไม่สามารถทำธุรกรรมหรือให้บริการได้ เรื่องจากขัดต่อหลักเกณฑ์ตามกฎหมายฟอกเงินและหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
• กรณีข้อมูลที่ใช้เพื่อนำเสนอบริการและโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่นๆ ผลกระทบได้แก่ บริษัทไม่สามารถมอบสิทธิพิเศษต่างๆที่บริษัทอาจมอบให้ท่านได้ และไม่สามารถส่งข่าวสารเกี่ยวกับบริการใหม่ๆที่อาจเป็นประโยชน์แก่ท่านได้
7. บรรดาสิทธิต่างๆของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และช่องทางในการใช้สิทธิ
เมื่อท่านได้ให้ความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบริษัทฯ แล้ว เจ้าของข้อมูลย่อมมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการดังต่อไปนี้
• สิทธิในการขอถอนความยินยอม ทั้งนี้ การเพิกถอนการยินยอม ไม่กระทบต่อการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูล ซึ่งได้กระทำระหว่างที่ได้ให้ความยินยอมโดยชอบและบริษัทฯ จะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการถอนความยินยอม
• สิทธิในการเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูล ท่านมีสิทธิที่จะเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทฯ รับผิดชอบอยู่และมีสิทธิขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
• สิทธิในการขอรับข้อมูลและขอให้ส่งต่อ/โอนข้อมูล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลของตนจากบริษัทฯ ได้ ในกรณีที่บริษัทฯ จัดให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่อ่าน/ใช้งานทั่วไปและเปิดเผยได้อัตโนมัติด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์และมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลของตนในรูปแบบอัตโนมัติข้างต้น ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลฯ รายอื่น เมื่อกระทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและเจ้าของข้อมูลฯ มีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลฯ รายอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ อนึ่ง การใช้สิทธิข้อนี้ เจ้าของข้อมูลต้องให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งในการขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น ซึ่งไม่อยู่ในหลักการตามนโยบายของบริษัทฯ
• สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม/ใช้/เปิดเผยข้อมูลของตน ท่านมีสิทธิที่จะคัดค้านมิให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่เป็นการดำเนินการที่บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย
• สิทธิในการขอให้ลบ/ทำลายหรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ดำเนินการลบ ทำลาย หรือ ทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ หากว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ที่เคยได้แจ้งไว้ หรือเมื่อท่าน ถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย และบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บข้อมูลนั้นอีกต่อไป
• สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เมื่อท่านขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่ต้องลบ ทำลาย เนื่องจากบริษัท เก็บรวบรวม/ใช้/เปิดเผย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์
• สิทธิในการขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ท่านขอให้บริษัทฯ ดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
ช่องทางในการใช้สิทธิ
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางในการที่ท่านจะใช้สิทธิได้ ณ สำนักงานหรือสาขาที่ให้บริการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
8. การติดต่อ
สถานที่ติดต่อ บริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด อาคารสีลมพลาซ่า เลขที่ 491/5 – 491/7 ถนนสีลม แขวงสีลม
เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทร : 02 – 0578888 อีเมล : [email protected]